กลยุทธ์เทรดหุ้น ตามสไตล์ Wyckoff

นักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์เทรดตามแนวโน้ม หรือ ที่เรียกว่า Trend Following นั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่จะเข้าไปเทรดได้ จำเป็นที่ต้องรอโอกาสเหมาะๆ หรือ รอให้เกิดแนวโน้มก่อนเสมอ มิใช่เข้าไปเทรดสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะ จะทำให้ขาดทุนได้อย่างแน่นอน ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าหากเราสามารถเรียนรู้ธรรมชาติหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นของตลาด เพื่อจะได้รู้ว่าจังหวะไหน โอกาสไหน เป็นจังหวะที่ Trend Follower อย่างเราเหมาะสมที่จะเข้าไปทำกำไรในตลาดนั้น
บทความนี้จะกล่าวถึง ธรรมชาติของตลาดที่เกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า พร้อมกับ จังหวะและโอกาส ที่เทรดเดอร์ที่เทรดตามแนวโน้มนั้นไว้ใช้หาจังหวะเข้าซื้อ จะมีกี่จังหวะ และ โอกาสไหนบ้าง ตามไปดูกันครับ

Wyckoff Market and Stock Analysis (Guildline)


Richard D. Wyckoff เป็นนักลงทุนที่ใช้ Technical Analysis ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว และยุคเดียวกับนักเก็งกำไรระดับโลกอย่าง Jesse Livermore และเจ้าของทฤษฎีดาวที่เราใช้กันทุกวันนี้อย่าง Charles H. Dow แนวคิดของ Wyckoff พอจะสรุปได้หลักๆ ด้วยกัน 3 ข้อดังนี้

1.การระบุแนวโน้ม (Trend identification) : การระบุแนวโน้มตามหลักการของ Richard D. Wyckoff นั้นจะเหมือนกันกับ Dow Theory คือ มี 5 ระยะ ได้แก่ ระยะสะสม (accumulation), ระยะขาขึ้นครั้งใหญ่ (Uptrend Big move), ระยะแจกจ่าย (Distribution), ระยะขาลงครั้งใหญ่ (Downtrend Big move) และจะเกิดระยะสะสม (accumulation) อีกครั้งหนึ่ง ศึกษาเพิ่มเติมใน ทฤษฎีดาว

      a. แนวโน้มขาขึ้นนั้น จะสังเกตได้จาก จุดสูงสุดและจุดต่ำสุด นั้นสูงขึ้นตลอด 
      b. แนวโน้มขาลงนั้น จะสังเกตได้จาก จุดสูงสุดและจุดต่ำสุด นั้นต่ำลงเรื่อยๆ
      c. ภาวะไร้แนวโน้ม จะสังเกตได้จาก ทั้งจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด จะสูงขึ้น ต่ำลง หรือเท่ากัน ก็ได้

2.รูปแบบการกลับตัว (Reversal Pattern) : Wyckoff ได้บันทึกว่า การสร้างจุดสูงสุดกับจุดสูงสุดของตลาดนั้น จะแตกต่างกัน กล่าวคือ การเกิดจุดสูงสุดของตลาดจะใช้เวลาที่ยาวนาน ในขณะที่จุดต่ำสุดนั้นจะเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่า (สังเกตจากภาพ) ถึงแม้เขาจะบันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้เมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว แต่เหตุการณ์เหล่านั้นก็ยังคงพบเห็บได้อยู่ในปัจจุบัน 



3.ตำแหน่งของแนวโน้ม (Trend Position) : Wyckoff กล่าวว่า หากเรารู้ตำแหน่งที่ถูกต้องของแนวโน้มก็เท่ากับว่าเรามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว ข้อนี้เป็นการอธิบายรูปแบบของแนวโน้มที่เกิดขึ้นเพื่อทำการระบุตำแหน่งของตลาดและประยุกต์ในการหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นได้ ซึ่งมีดังนี้

Uptrend


Wyckoff  กล่าวว่า หากนักลงทุนใช้กลยุทธ์แบบเทรดไปตามแนวโน้ม (Trend Following) นั้นจะมีโอกาสเข้าซื้อได้ 5 ครั้งในแนวโน้มขาขึ้น ได้แก่

1.Spring ช่วงนี้จะเป็นจังหวะเข้าของนักลงทุนที่กล้ารับความเสี่ยง เพราะ อาจไม่แน่ว่า ณ จุดนี้จะทำให้เปลี่ยนเป็น แนวโน้มขาขึ้น โดย จุด Spring นั้นจะสังเกตได้จากราคาเกิด Selling Peak จนหลุดแนวรับ พร้อมกับ Volume จะสูงมาก และจะสังเกตว่า แท่งเทียนเป็นแท่งเขียว (ปิดสูงกว่าราคาเปิด)

2.Breakout ช่วงนี้เป็นช่วงที่ Trend Follower เริ่มเข้า สังเกตได้จากราคาทะลุแนวต้านในระยะ Accumulation พร้อมกับ Volume ที่สูงขึ้น (ซึ่ง Wyckoff นั้นจะค่อนข้างสนใจ Volume เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า มีแรงซื้อและความสนใจมุ่งมาที่หุ้นดังกล่าว)

3.Pullback ช่วงนี้ราคาจะย่อกลับมาบริเวณแนวรับ (ที่เคยเป็นแนวต้าน) แต่จะไม่ทำ New Low

4.Re- Accumulation ช่วงนี้เป็นช่วงพักตัวของการขึ้นมาสักระยะ สังเกตได้จากราคาจะวิ่ง Sideway แต่จะไม่หลุดแนวรับ ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่เข้าเก็บได้ หรือ ถ้าให้แน่ใจอาจเก็บบริเวณ Breakout อีกครั้งหนึ่ง

5.Pullback หลังจากราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปแล้วย่อลงมาไม่หลุดแนวรับ จะเป็นจังหวะเข้าซื้อได้อีกครั้งหนึ่งเช่นกั



หมายเหตุุ : สำหรับ Downtrend นั้นก็ให้ทำตรงกันข้ามกับ Uptrend ซึ่งมีรูปแบบดังนี้




หลักการเลือกหุ้นของ Wyckoff

เขากล่าวว่าควรเลือกหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาด และให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่อ่อนแอกว่าตลาด ซึ่งหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดนั้นสังเกตได้ง่ายๆ 3 ข้อ ดังนี้

1. หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดจะขึ้น และ จะมีความชันมากกว่า ดัชนีของตลาด
2. หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดจะวิ่งขึ้น ในขณะที่ตลาดเป็น Sideway
3. หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดจะ sideway ในขณะที่ตลาดเป็นขาลง

จะเห็นว่าหากใช้หลักการเลือกหุ้นของ Wyckoff นี้แทบจะไม่ต้องดูปัจจัยพื้นฐานเลย เพราะ กราฟที่แสดงตัวหุ้นนั้น ได้บอกกับเราแล้วว่าหุ้นตัวไหนอยู่ตำแหน่งไหนในแนวโน้มและแข็งแกร่งกว่าตลาดหรือไม่ ซึ่งจะทำให้เราคัดกรองหุ้นและหาจังหวะเข้าลงทุนได้ง่ายขึ้นด้วย โดยหลักการของ Wyckoff นั้นถึงแม้จะมีขึ้นเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้วแต่ก็ยังใช้ได้กับในปัจจุบันอยู่ เพราะ ไม่ว่ายุคไหนๆ ตลาดหุ้นก็ยังขับเคลื่อนด้วยความโลภ และ ความกลัวเหมือนเดิม 

หมายเหตุ
: หลักการของ Wyckoff นั้นเหมาะที่จะใช้เป็นแนวทางหรือกรอบการลงทุนเพื่อให้รู้เท่าทันพฤติกรรมและธรรมชาติของตลาด แต่ในทางปฏิบัติจริงนั้นเราจะต้องอยู่กับความเป็นจริงและแน่นอนความเป็นจริงจะไม่เหมือนกับในทฤษฎีอย่างตรงไปตรงมา ดังนั้นเราต้องรู้จักเรียนรู้ และพลิกแพลงให้เป็นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างผลตอบแทนให้กับตนเอง 

แล้วพบกันได้ใหม่ในบทความตอนต่อๆ ไปได้ที่ investmentory.com กันเช่นเคย และขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันนะครับ ^__^


หมายเหตุ : สำหรับนักลงทุนท่านใดต้องการจะศึกษาเทคนิคและกลยุทธ์การเข้าซื้อตามแนวโน้ม (Trend Following) ให้มากขึ้น สามารถเข้าไปดูผลงานหนังสือของผมเพิ่มเติมได้ ที่นี่ครับ


พิเศษสำหรับสมาชิกทุกท่าน : สัมมนาหุ้นและอนุพันธุ์ ออนไลน์ กับ Investmentory  เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง สนใจคลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ครับ  


8 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ6 ตุลาคม 2556 23:39

    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ24 ตุลาคม 2556 23:30

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ28 พฤศจิกายน 2556 03:27

    ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากเลยครับ ^^

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันครับ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ15 มกราคม 2557 07:56

    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  6. ขอบคุณครับ สำหรับบทความดีๆ

    ตอบลบ