6 ทักษะที่ Professional Trader ต้องมี!!

เชื่อว่านักลงทุนมือใหม่ และคนที่อยู่ในตลาดหุ้น มาสักพักคงจะคุ้นเคยกับคำว่า "Trader" กันอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากพูดกันแค่คำว่า Trader อย่างเดียวนั้นหลาย ๆ คนก็คงจะรู้แค่ความหมาย ซึ่งเป็นเพียงแง่มุมเดียวเกี่ยวกับ Trader เท่านั้น วันนี้ผมจะพานักลงทุน (รวมถึงเทรดเดอร์ทุกท่าน) ไปสู่แง่มุม อื่น ๆ ที่เราต้องรู้ในการก้าวไปสู่ เทรดเดอร์มืออาชีพ หรือ ที่เรียกว่า "Professional Trader" กันครับ เราจะไปดูกันว่า มือโปร กับ มือสมัครเล่นเค้าแตกต่างกันอย่างไร และ ทักษะอะไรที่จำเป็นต้องมีหากต้องการจะเป็น มือโปร ไปดูกันเลยครับ

ก่อนจะไปรู้จักกับคำว่า เทรดเดอร์ (Trader) เรามาทำความรู้จักกับ การเทรด (Trading) กันก่อนดีกว่าครับ

การเทรด หรือ Trading ก็คือ การซื้อ-ขายหรือเก็งกำไรการเคลื่อนไหวในราคาของตราสารหรือเครื่องมือที่เราเข้าไปลงทุน เช่น หุ้น, ทองคำ, น้ำมัน, อนุพันธ์ (บ้านเราเรียก ตลาด TFEX), สินค้าเกษตรฯ เป็นต้น

ดังนั้น Trader จึงหมายถึง คนที่เข้าไปซื้อ-ขายหรือเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของตราสารหรือเครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ ที่เราเข้าไปลงทุน ซึ่ง เทรดเดอร์ (Trader) กับ นักลงทุน (Investor) นั้น โดยทั่วไปแล้วจะต่างกันที่ระยะเวลาการถือสินทรัพย์นั้น โดย นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะถือยาวนานกว่า เช่นมากกว่า 1 ปี หรือ มากกว่า 3 ปี เป็นต้น 

ตัวอย่างเช่น หากเราสนใจหุ้นตัวหนึ่ง และ คาดว่า หุ้นตัวนั้น "น่าจะ" มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เราจึง ตัดสินใจ เข้าซื้อหุ้นตัวนั้น และ "หาก" ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ตามที่คาดเอาไว้ เราก็เพียงขายทำกำไร เท่านี้ก็จะได้ กำไร จากการเข้าไปเก็งกำไรการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นแล้วครับ


เทรดเดอร์มือโปร VS. เทรดเดอร์มือสมัครเล่น


ทุก ๆ ท่านคงพอเข้าใจคำว่า “การเทรด" และ "เทรดเดอร์" กันแล้ว ต่อไปเราจะมาดูกันต่อครับว่า เทรดเดอร์มืออาชีพ (Pro Trader) ต่างจาก เทรดเดอร์มือสมัครเล่นอย่างไร 

  •  Pro Trader นั้นมีกลยุทธ์ที่ตนเองชำนาญ (หรือฝึกจนชำนาญ) ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นไม่มี
  • Pro Trader มีการวางแผนก่อนเทรดทุกครั้ง ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นไม่มี
  • Pro Trader มีบันทึกการเดินทาง (Trading Journal) ซึ่งบันทึกทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด (และแก้ไขให้ถูกต้อง) เอาไว้ เพื่อดูความคืบหน้าและผลการดำเนินงานของตนเอง ซึ่งเทรดเดอร์มือสมัครเล่นจะไม่มีและไม่เห็นถึงความสำคัญด้วย
  • Pro Trader มีการบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง ก่อนเข้าเทรดเสมอ ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นไม่มี (และอาจไม่รู้)
  • Pro Trader ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ (แต่จะทำตามแผนและกลยุทธ์ที่วางไว้ก่อนหน้านั้น) ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นจะใช้อารมณ์ในการเทรด (และมักจะขาดทุน)
  • Pro Trader จะมีการ Lock Profit ที่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุน (เมื่อ order นั้นกำไร) ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นจะถือจากกำไรกลายเป็นขาดทุนและ Stop Loss ในที่สุด
  • Pro Trader จะไม่เสี่ยงเกินกว่าที่เขาจะยอมสูญเสียได้ (ตามที่วางแผนเอาไว้) ในขณะที่ เทรดเดอร์มือสมัครเล่นนั้นจะเสี่ยงเกินกว่าความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ และอาจขาดทุนอย่างหนัก 
  • Pro Trader จะพยายามไม่ เทรดมากเกินไป (overtrade) แต่จะทำตามกลยุทธ์หรือวิธีการที่ตนเองชำนาญ (ไม่มโนว่าเกิดสัญญาณแล้ว) ในขณะที่เทรดเดอร์มือสมัครเล่นมักจะ overtrade เพราะมโนเองว่าเกิดสัญญาณแล้ว (ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เกิด)  


3 สิ่งที่ Trader ต้องนึกถึงอยู่เสมอหากจะก้าวไปสู่ Professional Trader


ความไม่แน่นอนของตลาด : จริง ๆ จะเรียกว่าเป็น “กฎ” ข้อแรกของตลาดก็ได้ครับ (ใครนึกไม่ออกแนะนำให้นึกถึงหน้า Troll ในเพจ 9GAG) เราไม่มีทางรู้แน่ชัดครับว่าตลาดจะวิ่งไปทางไหน หรือ วิ่งไปเท่าไร ถ้าใครสังเกตเห็นที่ผมอธิบายเกี่ยวกับความหมายของ การเทรด จะเห็นคำที่ขีดเส้นใต้อยู่ด้วยกัน 2 คำคือ คำว่า “น่าจะ” กับคำว่า“หาก” 2 คำนี้เป็นคำที่ ห้ามลืม เด็ดขาดครับ หากเราจะก้าวไปสู่ Professional Trader เพราะ 2 คำนี้หมายถึง เรากำลังเล่นอยู่กับ ความน่าจะเป็น (Probability) นั่นเองครับ

ความเสี่ยง : ต่อมาครับเมื่อตลาด คือ ความไม่แน่นอน มันจึงเกิด ความเสี่ยง (Risk) ขึ้น นั่นแปลว่าเราจะมาคิดแต่เรื่อง “การเก็งกำไร” อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องคิดถึงเรื่อง “การเก็งขาดทุน” ด้วย เพราะขนาดเหรียญยังมี 2 ด้าน สิ่งต่าง ๆ ในโลกจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นเราจะมองเพียงมุมเดียวไม่ได้ครับ

การบริหารเงินทุน : เมื่อตลาดคือ ความไม่แน่นอน (Probability) จึงเกิด ความเสี่ยง (Risk) และเมื่อเกิดความเสี่ยงขึ้น เราจึงต้องมี การบริหารเงินทุน (หรือบริหารหน้าตักที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Money Management) หากเราต้องการที่จะอยู่รอดและทำกำไรในตลาดนี้

ทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่อการเป็น Professional Trader


มาถึงตรงนี้ผมเชื่่อว่าทุก ๆ ท่านคงจะเห็นความแตกต่างระหว่าง เทรดเดอร์มือโปร กับ เทรดเดอร์มือสมัครเล่นกันแล้วนะครับ ประเด็นสำคัญที่ผมกล่าวในบทความนี้นั้น ผมก็จะเอาไว้เตือนตัวผมเองเช่นกันครับ ซึ่งผมคิดว่าทักษะต่าง ๆ ที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นประโยชน์กับนักลงทุน รวมไปถึงเทรดเดอร์หลาย ๆ ท่านจึงตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมา เอาเป็นว่าไปดูกันต่อดีกว่าครับ :)

ผมเชื่อว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ สามารถหาความรู้ในการเทรดได้พอ ๆ กัน ผมเชื่อว่าเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ สามารถหาวิธีการเทรดให้เหมาะสมกับตัวเองได้เหมือน ๆ กัน และผมเชื่อว่าพวกเขาก็สามารถเรียนรู้การบริหารเงินทุนได้เช่นเดียวกัน แต่เพราะเหตุใดความสำเร็จของพวกเขาจึงไม่เท่ากัน…ล่ะครับ ?
คำตอบที่ได้คงจะเป็น “ความต่อเนื่องของสิ่งที่เราทำ” หรือถ้าจะพูดสั้น ๆ ก็คือ “นิสัย” ของเรานั่นเอง ดังนั้นความสำเร็จจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำซ้ำ ๆ จนกลายเป็นนิสัย ดั่งวาทะของ อริสโตเติลที่ว่า

“เราเป็นเช่นสิ่งที่เราทำซ้ำ ๆ ดังนั้น ความเป็นเลิศจึงไม่ใช่การกระทำเพียงครั้งเดียว แต่มันคือ นิสัยของเราต่างหาก”



ซึ่งผมขอเรียกทักษะเหล่านี้ว่า ทักษะ 6ค. ละกันนะครับ
ความมั่นใจ (Confidence) : มั่นใจในกลยุทธ์ที่ตนเองใช้ (หลังจากศึกษามาอย่างดี) ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแล้วบอกว่าวิธีที่ใช้นั้นใช้ไม่ได้ หรือวิธีนั้นไม่ดี เพราะเทรดเดอร์แต่ละคนนั้นมีวิธีการเทรดที่เหมาะสมแตกต่างกันไป ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง ฝึกฝนและทดลองใช้ไปสักระยะหนึ่งจนเกิดความชำนาญ ต่อมาคือกล้าที่จะเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองว่าตัวเรานั้นก็สามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ Professional Trader ได้
ความมุ่งมั่น (Commitment) : ความมุ่งมั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีเพราะ เป็นไม่ไม่ได้เลยที่เราจะเดินถึงความสำเร็จ แล้วจะไม่เจออุปสรรค ดังนั้นเวลาเจออุปสรรคความมุ่งมั่นหรือแรงบันดาลใจ (จากทั้งภายนอก และภายในตัวเรา) จะเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถฝ่าฟันกับอุปสรรคจนเดินทางไปถึง “ความสำเร็จ” ได้จึงสำคัญไม่แพ้กัน
ความมีวินัย (Discipline) : ข้อนี้สำคัญมาก (ผมมองว่าเป็นปัจจัยที่แยกระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่ล้มเหลวออกจากกันเลยก็ว่าได้) เพราะ วินัยจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราปฏิบัติซ้ำ ๆ เป็นวงจรต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำ ๆ หยุด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทรดโดยปราศจากวินัยในตลาด อย่างการไม่ทำตามแผนการเทรด หรือ เทรดตามอารมณ์ (ที่คิดไปเอง) จะพาเราไปสู่ความหายนะอย่างแน่นอน (พูดง่าย ๆ คือ ล้างพอร์ตเอาได้ง่าย ๆ ครับ)
ความยืดหยุ่น (Flexibility) : เรื่องความยืดหยุ่นสำคัญไม่แพ้กันครับ เพราะ ตลาดหุ้นไม่ได้เคลื่อนไหวในลักษณะเงื่อนไขเดิม ๆ ตลอดไป เราต้องรู้จักปรับเปลี่ยนทั้งกลยุทธ์ที่ใช้ หรือ แผนที่วางเอาไว้ เพราะ หากไม่ปรับไปตามสภาพตลาด อย่างเช่น ตลาดเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ที่แข็งแกร่ง แต่เราดันไปเล่นฝั่ง Short ซึ่งตรงกันข้ามกับสภาพตลาดและยังดื้อดึงที่จะใช้อามณ์อยู่ในตลาดต่อไป ผมว่าผลที่ออกมาคงไม่ดีอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะครับ
ความอดทน (Patience) : ข้อนี้ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่แยกระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว เพราะความอดทนเป็นทักษะที่ต้องมีในตัวบุคคล (ซึ่งแต่ละคนมีไม่เท่ากัน) ความอดทนสำหรับการเทรดสำคัญในเรื่อง “การรอคอย” anticipation การเทรดนั้นนอกจากจะมีการเรียนทางด้านการเทรดและการบริหารเงินทุนแล้วยังต้องมีส่วนผสมของการอดทนรอคอยด้วย เช่น หากวิธีที่คุณใช้เทรดเป็นวิธีแบบ Pullback แน่นอนครับว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดรูปแบบสัญญาณที่มีความแม่นยำสูง (High Probability) เกิดขึ้นบ่อย ๆ ดังนั้นเราจึงต้อง อดทนรอ ต่อมา เมื่อเราเปิด order แล้ว เราก็ต้อง อดทนรอให้ order นั้นวิ่งไป Take Profit หรือไม่ก็วิ่งไปยังจุดที่เราตั้ง Stop Loss ไว้ และเมื่อจบ order แล้วก็ต้อง อดทนรอ ที่จะไม่ดีใจจนเกินเหตุ (หรือเสียใจจนเกิดเหตุ) แล้วกลับเข้าไปในตลาดอีกครั้งทันที โดยที่ไม่มีสัญญาณอะไรที่เราใช้ยืนยัน (หรือที่เรียกว่า Over Trade นั่นเอง)
ความมีเหตุมีผล (Logical) : ความมีเหตุมีผลในที่นี้คือ การมองเรื่องการเทรด (การเก็งกำไร) ตามความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรดเดอร์มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่น ที่เริ่มต้นมักจะคิดกว่าการทำกำไรในตลาดหุ้นนั้นง่าย อยากรวยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนลืมเรื่องความเสี่ยงไป ผมเชื่อครับว่าเทรดเดอร์มือใหม่ หรือ มือสมัครเล่นเมื่อเข้ามาในตลาด (ทุกตลาด) จะได้กำไรกันทุกคนในตอนเริ่มต้นและได้เยอะกว่าที่ตัวเองคิดไว้ตอนแรกด้วย (ที่รู้เพราะผมก็เคยเป็นครับ ^^) แต่พอสักพักกำไรเหล่านั้นตลาดกลับเอาคืนไปหมด จนกลายเป็นขาดทุน จุดสำคัญคือ ไม่ใช่ทำกำไรได้เยอะในตอนแรก แล้วมาขาดทุนอย่างหนักในตอนหลัง แต่เป็นการทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอไปนาน ๆ ต่างหากครับ ซึ่งขอนิยามว่าเป็น "Survival Trader" ละกันนะครับ ดังนั้นการที่เราคิดจะรวยเร็วตั้งแต่แรก จะทำให้เราลืมคิดถึงความเสี่ยงและเรื่องการอยู่รอดในตลาดหุ้นไป


สรุป

สำหรับบทความ 6 ทักษะที่ Professional Trader ต้องมี!! นั้นก็จบเพียงเท่านี้ครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย หรือคิดเห็นกันอย่างไร Comment พูดคุยกันได้นะครับ เพราะผมก็ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่เซียนแต่อย่างใด ซึ่งผมคิดว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้ในบทความนี้สรุปสั้น ๆ ได้ดังนี้

  • การเทรด (Trading) และ เทรดเดอร์ (Trader) นั้นคืออะไร 
  • เทรดเดอร์มือโปร กับ เทรดเดอร์มือสมัครเล่น นั้นแตกต่างกันอย่างไร
  • ทักษะ 6ค. ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จะพาเราไปสู่ Professional Trader 

ขอให้นักลงทุนทุกท่านโชคดีในการลงทุนครับ Investmentory

หมายเหตุ : สำหรับนักลงทุนท่านใดต้องการจะศึกษาเทคนิคและกลยุทธ์การเข้าซื้อตามแนวโน้ม (Trend Following) ให้มากขึ้น สามารถเข้าไปดูผลงานหนังสือของผมเพิ่มเติมได้ ที่นี่ครับ


พิเศษสำหรับสมาชิกทุกท่าน : สัมมนาหุ้นและอนุพันธุ์ ออนไลน์ กับ Investmentory  เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง สนใจคลิ๊กอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ที่นี่ครับ  

9 ความคิดเห็น:

  1. จิตวิทยาการลงทุนนี่มันยากจริงๆนะครับ. บทความนี้มีประโยชน์ไม่น้อยเลย ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณที่ติดตามครับ :)

    ปล.สู้ ๆ ครับ

    ตอบลบ
  3. มาอ่านซ้ำๆจะได้จำขึ้นใจครับ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณที่ติดตามนะครับ :)

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณค่ะ บทความมีประโยชน์มาก จะกลับมาอ่านซ้ำๆเพื่อเตือนสติตัวเองค่ะ

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ4 มกราคม 2558 10:18

    ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ
  7. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  8. ผลกำไรตอบแทน 10-30% โดยไม่ต้องเทรดเอง ลงทุนกับมืออาชีพ คลิก http://ratinvest.blogspot.com/

    ตอบลบ
  9. ขอบคุณสำหรับบทความดี ที่มือใหม่อย่างผมได้เรียนรู้ ขอบคุณครับ ขอให้ท่านสำเร็จ

    ตอบลบ