เคล็ดลับเศรษฐีจากพ่อสู่ลูก


ปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้กระแสความต้องการอิสรภาพทางการเงินและความมั่งคั่งร่ำรวยเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับการเพิ่มรายได้นอกจากงานหลักที่ทำอยู่กันเป็นจำนวนมาก เพื่อเป้าหมายที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน แต่สิ่งที่ผู้คนมักจะทำพลาดก็คือ ทัศนคติที่นำไปสู่การมีอิสภาพทางการเงินหรือการเป็นเศรษฐีนั่นเอง สำหรับเศรษฐีนั้นนอกจากแนวความคิดการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตจะแตกต่างจากคนทั่วไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยนั้นก็คือ เศรษฐีทุกคนมีการบริหารการเงินที่ดีและยังสอนวิชานี้ให้กับลูก ๆ ของเขาอีกด้วย
ถึงแม้บรรดาเศรษฐีจะมีวิชาบริหารการเงินแล้วนั้น แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการบริหารการเงินของพวกเขาก็คือ “เครื่องมือทางการเงิน” นั่นเองครับ วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ 5 เครื่องมือทางการเงิน ที่เหล่าเศรษฐีใช้บริหารการเงินกันครับ 

1.การฝากประจำ : การฝากเงินเป็นเครื่องมือทางการเงินและเป็นวิธีการบริหารเงินที่ทุกคนรู้จักกันดี การฝากประจำนั้นมีข้อดีก็คือ ทางธนาคารจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าการฝากเงินทั่วไปและเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมาก  อีกทั้งในทุกวันนี้การฝากประจำนั้นเปลี่ยนรูปแบบไปจากเมื่อก่อนมาก เพราะ ในวันนี้ธนาคารมีรูปแบบการฝากประจำแบบถอนได้ ในขณะที่เมื่อก่อนการฝากประจำนั้นถ้ายังไม่ครบช่วงกำหนดก็จะถอนออกไม่ได้ สำหรับมือใหม่ที่อยากเป็นเศรษฐีอาจนำเงินเก็บที่มี (แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร) ไปลงทุนในเงินฝากประจำได้นะครับ มีแต่ได้กับได้ เพราะ ได้ทั้งความรู้และได้ทั้งดอกเบี้ยเลย

2.การลงทุนในรูปของประกันชีวิต : ประกันชีวิตเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ขาดไม่ได้สำหรับการรักษาความมั่งคั่งในชีวิต ข้อดีของการทำประกันชีวิตก็คือ เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเงินต้นไม่สูญหายอย่างแน่นอน เปรียบเสมือนการออมเพื่อเตรียมเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน อีกทั้งผู้ที่ลงทุนหรือออมเงินในรูปแบบของประกันชีวิตยังได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ถึงแม้ผลตอบแทนในรูปแบบของประกันจะค่อนข้างน้อย แต่สิ่งที่ได้คือ วินัยทางการเงินและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากกรมธรรม์ที่เราไปลงทุนไว้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ  

3.การลงทุนในกองทุน RMF : RMF ย่อมาจาก Retirement Mutual Fund หรือเรียกว่า “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” ข้อดีของการลงทุนใน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ก็คือ เป็นการลงทุนที่เน้นให้ผลตอบแทนในระยะยาว โดยทั่วไปผลตอบแทนของ RMF จะดีกว่า การฝากประจำและการทำประกันชีวิต แต่ความเสี่ยงจะสูงกว่า 2 ข้อแรกบ้าง ความน่าสนใจของ RMF ก็คือ ผู้ที่ลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี (สามารถนำเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้) เหมาะสำหรับ การวางแผนเกษียณอายุเพื่อเป็นสวัสดิการหลังเกษียณอีกทางหนึ่ง (กำหนดขายหน่วยลงทุนคืนอายุ 55 ปี) สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนใน RMF สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือ ตามธนาคารที่ให้ข้อมูลเงื่อนไขได้เลยครับ 

4.การลงทุนในกองทุน LTF : LTF ย่อมาจาก Long Term Equity Fund รูปแบบการลงทุนที่เน้นลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว ผู้ที่ลงทุนใน LTF จะได้สิทธิลดหย่อนภาษี มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เครื่องมือทางการเงินที่กล่าวมา ไม่มีข้อกำหนดด้านอายุเพื่อขายคืนหน่วยลงทุน แต่สิทธิลดหย่อนภาษีจะกำหนดเฉพาะจำนวนปีที่ถือหน่วยลงทุนเท่านั้น เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ทำงานประจำที่ต้องการต่อยอดความมั่งคั่งผ่านการลงทุน เพราะ LTF จะเน้นลงทุนในหุ้นและพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนที่ดี สำหรับข้อมูล LTF สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ บลจ. หรือ ธนาคาร ที่ท่านสนใจจะลงทุนได้ครับ 

5.การลงทุนในหุ้น : มาถึงเครื่องมือทางการเงินที่เศรษฐีใช้กันแล้วนะครับ นั่นก็คือการลงทุนในหุ้น สำหรับการลงทุนในหุ้นนั้นจะไม่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีใด ๆ แถมเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าทุกเครื่องมือที่กล่าวมา แต่ความน่าสนใจก็คือ ผลตอบแทนที่มากกว่า เป็นเครื่องมือที่สร้างความมั่งคั่งร่ำรวยให้กับบรรดาเศรษฐีมานักต่อนัก การลงทุนในหุ้นจะยืดหยุ่นขึ้นกับการจัดการของเรา เพียงแค่เปิดบัญชีหุ้นขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท ก็สามารถลงทุนได้แล้ว แถมสมัยนี้ก็ลงทุนง่าย เพราะ สามารถซื้อขายออนไลน์ผ่าน Application บนมือถือได้อีกด้วย เรียกได้ว่าสะดวกมาก ๆ เลยครับ 


เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเครื่องมือทางการเงินทั้ง 5 ข้อที่ผมแนะนำ ท่านใดสนใจจะลงทุนอันไหนผมแนะนำว่าควรศึกษาให้ดีก่อนนะครับ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงและให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับตัวท่านเอง เพราะ เครื่องมือแต่ละอันนั้นมีรายละเอียดที่ต่างกัน สำหรับท่านใดที่อยากได้ข้อมูลด้านการเงินเพิ่มเติม ศึกษาจากเว็ปไซต์นี้ได้เลยครับ https://www.krungsri.com/bank/th/KrungsriGuru.html มีผู้เชี่ยวชาญให้ปรึกษาหลายท่านเลยครับ สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านพบกับอิสภาพทางการเงินตามที่ตั้งใจเอาไว้นะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น